หน้าแรก › CU-TEP › CU-TEP คืออะไร: ภาพรวมข้อสอบ คะแนน และระ
CU-TEP · ภาพรวมข้อสอบและความหมายของคะแนน

CU-TEP คืออะไร: ภาพรวมข้อสอบ คะแนน และระดับที่ควรตั้งเป้า

EngPeak · เผยแพร่ 29 ก.ย. 2569

คนที่ค้นคำว่า cu tep มักอยากรู้ 2 เรื่อง คือข้อสอบหน้าตาเป็นอย่างไร และคะแนนที่ตั้งเป้าไว้อยู่ระดับไหน หน้านี้สรุปโครงสร้างข้อสอบทั้ง 3 พาร์ท อธิบายว่าคะแนนแต่ละช่วงเทียบกับระดับ CEFR อย่างไร แนะนำวิธีเริ่มเตรียมตัวแบบทำได้จริง และมีชุดข้อฝึกที่เขียนขึ้นใหม่ตามสไตล์ข้อสอบ พร้อมคำอธิบายทุกตัวเลือก

CU-TEP คืออะไร

CU-TEP คือข้อสอบวัดความสามารถภาษาอังกฤษที่ใช้กันแพร่หลายในไทย โดยเฉพาะตอนสมัครเรียนต่อและยื่นคะแนนตามเงื่อนไขของหลักสูตรต่าง ๆ ข้อสอบวัดทักษะการฟัง การอ่าน และความแม่นยำด้านไวยากรณ์ ตัวข้อสอบเป็นปรนัยทั้งหมด

ก่อนตั้งเป้าคะแนน ให้ดูประกาศของหลักสูตรหรือหน่วยงานที่จะยื่นก่อนเสมอ เพราะแต่ละที่กำหนดเกณฑ์ไม่เหมือนกัน ตัวเลขที่เห็นกันในผลการค้นหาจึงเป็นเป้าหมายของแต่ละคน ไม่ใช่มาตรฐานเดียวสำหรับทุกคน

หมายเหตุ: หน้านี้เขียนโดยผู้จัดทำอิสระ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยหรือศูนย์ทดสอบทางวิชาการแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

โครงสร้างข้อสอบ: 3 พาร์ท รวม 120 ข้อ

พาร์ทจำนวนข้อเวลาลักษณะ
Listening30 ข้อ30 นาทีบทสนทนาและบทพูด ตอบคำถามปรนัย
Reading60 ข้อ70 นาทีบทความวิชาการ + ข้อเติมคำในเนื้อความ (cloze)
Writing (Error Identification)30 ข้อ30 นาทีชี้จุดที่ผิดหลักภาษาในประโยค
รวม120 ข้อ130 นาทีคะแนนเต็ม 120 คะแนน

Reading มีจำนวนข้อมากที่สุด คือครึ่งหนึ่งของข้อสอบทั้งหมด การอ่านเร็วและจับใจความได้แม่นจึงมีผลกับคะแนนรวมมาก ส่วน Writing ไม่ต้องเขียนเรียงความ แต่ต้องมองให้ออกว่าส่วนไหนของประโยคผิดหลักภาษา

คะแนนแต่ละช่วงหมายถึงอะไร (เทียบ CEFR)

ถ้าค้นหาเพราะมีคะแนนเป้าหมายอยู่แล้ว ให้ดูว่าคะแนนนั้นอยู่ในช่วง CEFR ไหน จะช่วยให้รู้ว่าต้องใช้ภาษาได้ระดับใด ตามประกาศ CUATC เทียบไว้ดังนี้

ระดับ CEFRช่วงคะแนน CU-TEP
C199–120
B270–98
B135–69
A214–34

ช่วง B2 กว้างมาก คะแนนที่อยู่ต้นช่วงกับปลายช่วงจึงต้องเตรียมตัวต่างกันพอสมควร ให้ประเมินระดับตัวเองด้วยแบบฝึกที่จับเวลาจริงก่อน แล้วค่อยวางแผนว่าต้องเพิ่มคะแนนจากพาร์ทไหน

รูปแบบการสอบและข้อมูลรอบสอบล่าสุด

CU-TEP มีทั้งแบบสอบบนกระดาษ (PBT) และแบบสอบด้วยคอมพิวเตอร์ (CBT) ก่อนเลือกควรลองฝึกในรูปแบบที่จะสอบจริง เช่น ถ้าสอบ CBT ให้ฝึกอ่านบทความยาวบนจอ เพราะการอ่านบนจอกับบนกระดาษให้ความรู้สึกต่างกัน

ส่วนวันสอบ วิธีสมัคร และเงื่อนไขของปีล่าสุด ให้ตรวจจากประกาศทางการของผู้จัดสอบโดยตรงก่อนวางแผน เพราะรายละเอียดเหล่านี้อาจเปลี่ยนได้ในแต่ละปี

เริ่มเตรียมตัวอย่างไรให้เป็นระบบ

ฝึกกับโจทย์ต้นฉบับ

ลองทำชุดข้อฝึกที่เขียนขึ้นใหม่สำหรับหน้านี้ ข้อ 1–3 เป็นสไตล์ Reading/cloze และข้อ 4–5 เป็นสไตล์ Error Identification

Urban beekeeping has grown in many cities over the past decade. Supporters argue that rooftop hives help pollinate parks and home gardens, and that local honey connects residents with nature. However, some ecologists are cautious. They point out that honeybees compete with wild bee species for the same flowers. In areas where flowers are scarce, adding more hives may do more ___ than good. For this reason, several city councils now encourage residents to plant flowering shrubs before installing a hive, so that the food supply grows along with the bee population.
ข้อ 1

Choose the word that best fills the blank in the passage: "adding more hives may do more ___ than good."

  • (A) harm
  • (B) harmful
  • (C) harmed
  • (D) harmless
ดูเฉลย

คำตอบ (A) — ตรงนี้ต้องใช้คำนาม เพราะเป็นกรรมของ do more และต้องคู่กับ good ที่เป็นคำนามในสำนวน do more harm than good (ก่อผลเสียมากกว่าผลดี) คำว่า harm ใช้เป็นคำนามได้ จึงถูกทั้งไวยากรณ์และความหมาย

  • (B) harmful เป็นคำคุณศัพท์ วางหลัง do more เป็นกรรมไม่ได้ และไม่เข้าคู่กับ good ในสำนวนนี้
  • (C) harmed เป็นกริยาช่องที่ 2/3 ไม่ใช่คำนาม จึงไม่ถูกโครงสร้าง
  • (D) harmless แปลว่าไม่มีอันตราย เป็นคำคุณศัพท์ ทั้งชนิดคำและความหมายขัดกับเนื้อความที่กำลังพูดถึงผลเสีย
ข้อ 2

What is the passage mainly about?

  • (A) How to produce honey on city rooftops
  • (B) A possible drawback of urban beekeeping and one way cities respond to it
  • (C) Why wild bees are disappearing around the world
  • (D) The rules cities use to ban beehives
ดูเฉลย

คำตอบ (B) — บทความเริ่มจากความนิยมของการเลี้ยงผึ้งในเมือง แล้วเปลี่ยนมาพูดถึงข้อกังวลเรื่องผึ้งเลี้ยงแย่งอาหารผึ้งป่า และปิดท้ายด้วยวิธีที่สภาเมืองใช้รับมือ ตัวเลือก B ครอบคลุมทั้งสองส่วนนี้

  • (A) บทความไม่ได้อธิบายวิธีผลิตน้ำผึ้งเลย พูดถึงน้ำผึ้งแค่ในฐานะเหตุผลของฝ่ายสนับสนุน
  • (C) บทความไม่ได้พูดถึงการลดลงของผึ้งป่าทั่วโลก พูดแค่เรื่องการแย่งดอกไม้ในเมือง
  • (D) บทความบอกว่าสภาเมืองสนับสนุนให้ปลูกไม้ดอก ไม่ได้ออกกฎห้ามเลี้ยงผึ้ง
ข้อ 3

According to the passage, why do some city councils encourage residents to plant flowering shrubs?

  • (A) To improve the taste of local honey
  • (B) To replace rooftop hives completely
  • (C) To make sure there is enough food as the number of bees increases
  • (D) To attract more visitors to city parks
ดูเฉลย

คำตอบ (C) — ประโยคสุดท้ายบอกว่าให้ปลูกไม้ดอกก่อนตั้งรังผึ้ง so that the food supply grows along with the bee population คืออยากให้อาหารเพิ่มขึ้นตามจำนวนผึ้ง ตรงกับตัวเลือก C

  • (A) บทความไม่ได้พูดถึงรสชาติของน้ำผึ้ง
  • (B) บทความบอกให้ปลูกก่อน installing a hive แปลว่ายังตั้งรังผึ้งได้ ไม่ได้ให้เลิกเลี้ยง
  • (D) บทความไม่ได้พูดถึงนักท่องเที่ยวหรือผู้มาเที่ยวสวนสาธารณะ
ข้อ 4

Identify the part that is grammatically incorrect: "The number of residents who applies for the housing grant has increased steadily."

  • (A) who applies
  • (B) for
  • (C) has increased
  • (D) steadily
ดูเฉลย

คำตอบ (A) — who ในที่นี้แทน residents ซึ่งเป็นพหูพจน์ กริยาใน relative clause จึงต้องเป็น apply ไม่ใช่ applies ส่วนนี้จึงผิด

  • (B) apply for เป็นคู่คำกริยากับคำบุพบทที่ถูกต้อง (สมัครขอรับบางอย่าง)
  • (C) ประธานหลักของประโยคคือ The number ซึ่งเป็นเอกพจน์ has increased จึงถูกต้อง
  • (D) steadily เป็นคำกริยาวิเศษณ์ ขยายกริยา has increased ได้ถูกต้อง
ข้อ 5

Identify the part that is grammatically incorrect: "Neither the manager nor her assistants was informed about the change in the schedule until the day before."

  • (A) nor
  • (B) was informed
  • (C) about
  • (D) until
ดูเฉลย

คำตอบ (B) — โครงสร้าง neither ... nor ... ให้ผันกริยาตามประธานตัวที่อยู่ใกล้กริยาที่สุด ซึ่งคือ her assistants (พหูพจน์) จึงต้องใช้ were informed ไม่ใช่ was informed

  • (A) neither ต้องคู่กับ nor ส่วนนี้จึงถูกต้อง
  • (C) informed about (ได้รับแจ้งเกี่ยวกับ) ใช้คำบุพบทถูกต้อง
  • (D) until the day before หมายถึงจนกระทั่งวันก่อนหน้า ใช้ถูกทั้งความหมายและไวยากรณ์

คำถามที่พบบ่อย

cu tep คืออะไร สอบอะไรบ้าง

CU-TEP เป็นข้อสอบวัดความสามารถภาษาอังกฤษ มี 3 พาร์ท คือ Listening, Reading และ Writing (Error Identification) รวม 120 ข้อ ใช้เวลา 130 นาที คะแนนเต็ม 120 คะแนน

cu tep ต้องได้กี่คะแนน ถึงจะพอใช้ยื่น

ขึ้นกับหลักสูตรหรือหน่วยงานที่จะยื่น ให้ดูเกณฑ์ในประกาศของที่นั้นโดยตรง แล้วเทียบกับช่วง CEFR ตามประกาศ CUATC คือ C1 = 99–120, B2 = 70–98, B1 = 35–69 และ A2 = 14–34

cu tep ตั้งเป้าคะแนนสูง ควรเริ่มจากพาร์ทไหน

เริ่มจากทำแบบวัดระดับแบบจับเวลาเพื่อดูว่าเสียคะแนนตรงไหน ส่วนใหญ่ Reading ควรมาก่อน เพราะมี 60 ข้อ จาก 120 ข้อ แล้วค่อยเก็บ Writing ที่ตรวจจุดผิดได้เป็นระบบ

cu tep ปีล่าสุด รูปแบบการสอบมีอะไรบ้าง

มีทั้งแบบสอบบนกระดาษ (PBT) และแบบสอบด้วยคอมพิวเตอร์ (CBT) ส่วนวันสอบและเงื่อนไขการสมัครของปีล่าสุด ให้ตรวจจากประกาศทางการของผู้จัดสอบก่อนวางแผน

ฝึกต่อกับ EngPeak

ถ้าอยากฝึกต่อจากหน้านี้ EngPeak มีเครื่องมือเตรียมสอบ CU-TEP ทั้งแบบอ่านเองและแบบฝึกโจทย์พร้อมเฉลยที่อธิบายทุกตัวเลือก เลือกตามจุดที่ยังพลาดได้จากหน้าเส้นทาง CU-TEP ส่วนสนามสอบอื่นที่ EngPeak มีเครื่องมือเตรียมสอบ ดูได้ที่หน้ารวมสนามสอบ

ดูเส้นทาง CU-TEP ทั้งหมด ดูสนามสอบทั้งหมด