TU-GET ข้อสอบ: แนวข้อสอบ ไฟล์ pdf เฉลย และวิธีทำ mock test ด้วยตัวเอง
ถ้าคุณค้นหา tu get exam pdf หรือข้อสอบ tu-get pbt พร้อมเฉลย หน้านี้สรุปโครงสร้างข้อสอบจากข้อมูลที่ตรวจสอบแล้ว วิธีเลือกและใช้ไฟล์ฝึกให้ได้ประโยชน์ และวิธีจัด mock test เองที่บ้าน ท้ายหน้ามีชุดฝึกที่เขียนขึ้นใหม่ตามแนวข้อสอบ พร้อมคำอธิบายภาษาไทยว่าทำไมแต่ละตัวเลือกถูกหรือผิด
โครงสร้างข้อสอบ TU-GET แบบ PBT ที่ควรรู้ก่อนฝึก
TU-GET เป็นข้อสอบของสถาบันภาษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มีสองรูปแบบคือแบบกระดาษ (PBT) และแบบคอมพิวเตอร์ (CBT) แนวข้อสอบส่วนใหญ่ที่คนค้นหาเป็นแบบ PBT ซึ่งมีโครงสร้างดังนี้
| พาร์ต | จำนวนข้อ | คะแนน |
|---|---|---|
| Structure | 25 ข้อ | 250 คะแนน |
| Vocabulary (Cloze test หรือ Gap filling และ Synonyms) | 25 ข้อ | 250 คะแนน |
| Reading | 50 ข้อ | 500 คะแนน |
| รวม | 100 ข้อ | 1,000 คะแนน |
ทุกข้อเป็นแบบเลือกตอบ 4 ตัวเลือก จากตารางจะเห็นว่า Reading มีน้ำหนักครึ่งหนึ่งของคะแนนเต็ม จึงควรแบ่งเวลาฝึกการอ่านให้มากตามสัดส่วนนี้ ไม่ใช่ฝึกแต่ไวยากรณ์อย่างเดียว
ไฟล์ pdf ข้อสอบ TU-GET: เลือกและใช้อย่างไร
ไฟล์ที่เผยแพร่กันทั่วไปมักเป็นแนวข้อสอบที่มีคนเรียบเรียงขึ้นใหม่ ไม่ใช่ข้อสอบที่ใช้สอบ ก่อนใช้ควรดูว่าไฟล์แบ่งพาร์ตตรงกับโครงสร้างข้างบนหรือไม่ ตัวเลือกมีครบ 4 ตัวเลือกไหม และเฉลยมีคำอธิบายหรือมีแค่ตัวอักษร
- เลือกไฟล์ที่เฉลยอธิบายเหตุผลได้ ถ้ามีแต่ตัวอักษร A–D จะรู้แค่ว่าผิด แต่ไม่รู้ว่าผิดเพราะอะไร
- ถ้าเจอข้อที่เฉลยดูขัดกับหลักไวยากรณ์ ให้ตรวจกับตำราไวยากรณ์ก่อนเชื่อ เพราะไฟล์ที่ส่งต่อกันมักมีเฉลยผิดปนอยู่
- พิมพ์ออกมาทำบนกระดาษถ้าจะสอบแบบ PBT จะได้ชินกับการฝนคำตอบและการกลับไปอ่านย้อนบนกระดาษ
จัด mock test เองให้ใกล้สนามสอบ
mock test จะมีประโยชน์ก็ต่อเมื่อทำในเงื่อนไขที่ใกล้สนามสอบ ทำครบทุกพาร์ตในรอบเดียว จับเวลา ไม่เปิดพจนานุกรม และไม่ดูเฉลยระหว่างทำ ถ้ายังไม่พร้อมทำทั้งชุด ให้แยกทำทีละพาร์ตก่อน แล้วค่อยต่อเป็นชุดเต็มเมื่อคุ้นแล้ว
ระหว่างทำ ให้ใส่เครื่องหมายไว้ข้างข้อที่เดา แม้จะเดาถูกก็ตาม ข้อเหล่านี้คือจุดที่ยังไม่แน่น และควรกลับมาทบทวนพอ ๆ กับข้อที่ตอบผิด
ถ้าจะสอบแบบ CBT ให้รู้ไว้ว่าในแบบนั้นคำศัพท์ไม่ได้ถูกถามตรง ๆ เป็นข้อ ๆ การท่องคำศัพท์จึงควรฝึกผ่านการอ่านบทความจริงด้วย ไม่ใช่จำคู่คำเหมือนอย่างเดียว
ใช้เฉลยให้คุ้ม: จดบันทึกข้อผิด
- ตรวจเสร็จแล้ว ให้จดทุกข้อที่ผิดหรือเดาลงสมุด แยกเป็นพาร์ต Structure, Vocabulary และ Reading
- เขียนสาเหตุสั้น ๆ เช่น ไม่รู้ความหมายของคำ, จำรูปกริยาผิด หรืออ่านคำถามไม่ครบ
- สำหรับ Reading ให้กลับไปหาประโยคในบทความที่เป็นหลักฐานของคำตอบ แล้วขีดเส้นใต้ไว้
- ก่อนทำชุดใหม่ ให้อ่านสมุดนี้ทวนก่อน ถ้าสาเหตุเดิมยังซ้ำอยู่ แปลว่าต้องกลับไปทบทวนหัวข้อนั้นเพิ่ม
ฝึกกับโจทย์ต้นฉบับ
ชุดฝึกนี้เขียนขึ้นใหม่ตามแนวพาร์ต Structure, Vocabulary และ Reading ลองทำเองก่อน แล้วค่อยอ่านคำอธิบายของทุกตัวเลือก
Neither the manager nor her assistants ____ aware of the change in the schedule.
- (A) was
- (B) were
- (C) has been
- (D) being
ดูเฉลย
คำตอบ (B) — โครงสร้าง neither ... nor ... ให้กริยาผันตามประธานที่อยู่ใกล้กริยาที่สุด ในที่นี้คือ her assistants ซึ่งเป็นพหูพจน์ จึงใช้ were
- (A) was ใช้กับประธานเอกพจน์ แต่ประธานที่อยู่ใกล้กริยาคือ assistants ซึ่งเป็นพหูพจน์
- (C) has been ใช้กับประธานเอกพจน์ จึงไม่เข้ากับ assistants
- (D) being ไม่ใช่กริยาแท้ ประโยคนี้จึงจะไม่มีกริยาหลัก
The report ____ by the committee before the meeting started.
- (A) had been reviewed
- (B) had reviewed
- (C) has been reviewing
- (D) reviews
ดูเฉลย
คำตอบ (A) — รายงานถูกคณะกรรมการตรวจ จึงต้องใช้ passive (มี by the committee บอกผู้กระทำ) และเกิดขึ้นก่อนเหตุการณ์ในอดีตอีกเหตุการณ์หนึ่ง (the meeting started) จึงใช้ past perfect passive
- (B) had reviewed เป็น active ซึ่งหมายความว่ารายงานเป็นผู้ตรวจเอง ขัดกับ by the committee
- (C) เป็น present perfect continuous แบบ active ทั้งผิดกาลเมื่อเทียบกับ started และผิดรูปกรรมวาจก
- (D) reviews เป็น present simple แบบ active ไม่เข้ากับบริบทที่เกิดขึ้นในอดีต และไม่ใช่ passive
The new policy was met with considerable skepticism from staff. The word "skepticism" is closest in meaning to ____.
- (A) doubt
- (B) enthusiasm
- (C) confusion
- (D) anger
ดูเฉลย
คำตอบ (A) — skepticism หมายถึงความกังขา ไม่ค่อยเชื่อ ซึ่งตรงกับ doubt
- (B) enthusiasm แปลว่าความกระตือรือร้น มีความหมายตรงข้ามกับความกังขา
- (C) confusion คือความสับสน ไม่เข้าใจ แต่ skepticism คือเข้าใจแล้วแต่ยังไม่เชื่อ
- (D) anger คือความโกรธ เป็นอารมณ์คนละแบบกับความไม่แน่ใจว่าจริงหรือไม่
Despite the heavy rain, the volunteers ____ to finish cleaning the beach.
- (A) managed
- (B) avoided
- (C) denied
- (D) postponed
ดูเฉลย
คำตอบ (A) — manage to + กริยาช่องหนึ่ง แปลว่าทำสำเร็จแม้มีอุปสรรค เข้ากับ Despite the heavy rain ทั้งด้านความหมายและรูปประโยค
- (B) avoid ต้องตามด้วย -ing (avoid finishing) ใช้กับ to finish ไม่ได้ และความหมายก็ไม่เข้ากับ Despite
- (C) deny ตามด้วย -ing หรือ that-clause และแปลว่าปฏิเสธว่าไม่ได้ทำ ซึ่งไม่เข้ากับบริบท
- (D) postpone ตามด้วย -ing ไม่ใช่ to และการเลื่อนออกไปก็ไม่ได้แสดงความขัดแย้งกับ Despite
According to the passage, what is the main idea?
- (A) Community gardens bring neighbors together, but their future is uncertain because the land is often not owned.
- (B) City officials want to close community gardens as soon as possible.
- (C) Vegetables grown in city gardens are healthier than those sold in shops.
- (D) Gardening groups have already bought the land where their gardens stand.
ดูเฉลย
คำตอบ (A) — บทความพูดถึงสองด้าน คือประโยชน์ทางสังคมของสวนชุมชน และความไม่แน่นอนเพราะที่ดินมักเป็นที่ยืม ตัวเลือกนี้ครอบคลุมทั้งสองด้าน
- (B) บทความบอกแค่ว่าเจ้าหน้าที่บางคนยังระมัดระวัง (cautious) ไม่ได้บอกว่าต้องการปิดสวน
- (C) บทความไม่ได้เปรียบเทียบคุณภาพผักกับผักในร้านเลย
- (D) บทความบอกว่าที่ดินมักเป็นที่ยืม และกลุ่มผู้ปลูกกำลังขอข้อตกลงระยะยาว แปลว่ายังไม่ได้เป็นเจ้าของ
Why are some city officials cautious about community gardens?
- (A) A garden may be lost if the landowner decides to sell.
- (B) The gardens cost the city too much money.
- (C) Neighbors often argue about sharing tools.
- (D) Vegetables do not grow well on empty lots.
ดูเฉลย
คำตอบ (A) — บทความบอกไว้ตรง ๆ ว่าที่ดินมักเป็นที่ยืม สวนที่ใช้เวลาสร้างนานจึงอาจหายไปเมื่อเจ้าของตัดสินใจขาย
- (B) บทความไม่ได้พูดถึงค่าใช้จ่ายของเมืองเลย
- (C) บทความบอกว่าเพื่อนบ้านแบ่งปันเครื่องมือกัน ไม่ได้บอกว่าทะเลาะกัน
- (D) บทความไม่ได้พูดถึงปัญหาการปลูกผักบนที่ดินว่าง
คำถามที่พบบ่อย
tu get mock test ทำเองได้ไหม
ทำได้ ใช้ชุดแนวข้อสอบที่แบ่งพาร์ตตรงกับโครงสร้าง PBT แล้วทำให้ครบในรอบเดียวแบบจับเวลา ไม่เปิดพจนานุกรม ทำเสร็จแล้วค่อยตรวจกับเฉลยและจดข้อผิดไว้
tu get exam pdf ที่แจกกันเป็นข้อสอบที่ใช้สอบหรือเปล่า
ส่วนใหญ่เป็นแนวข้อสอบที่มีคนเรียบเรียงขึ้น ใช้ฝึกรูปแบบคำถามได้ แต่ควรตรวจเฉลยที่ดูแปลกกับหลักไวยากรณ์ก่อนเชื่อ
ข้อสอบ tu-get pbt พร้อมเฉลย ควรมีกี่ข้อถึงจะเหมือนสนามสอบ
แบบ PBT มีทั้งหมด 100 ข้อ แบ่งเป็น Structure 25 ข้อ, Vocabulary 25 ข้อ และ Reading 50 ข้อ ทุกข้อมี 4 ตัวเลือก ชุดฝึกที่แบ่งตามสัดส่วนนี้จะช่วยให้ฝึกแบ่งเวลาได้ใกล้สนามสอบ
tu-get ข้อสอบ แบบ CBT ต้องท่องศัพท์แยกไหม
ในแบบ CBT คำศัพท์ไม่ได้ถูกถามตรง ๆ เป็นข้อ ๆ แต่ศัพท์ยังจำเป็นต่อการอ่าน จึงควรเก็บศัพท์จากบทความที่อ่าน แทนการท่องเป็นรายการอย่างเดียว
ฝึกต่อกับ EngPeak
ถ้าอยากฝึกต่อจากหน้านี้ EngPeak มีเครื่องมือเตรียมสอบ TU-GET ทั้งแบบอ่านเองและแบบฝึกโจทย์พร้อมเฉลยที่อธิบายทุกตัวเลือก เลือกตามจุดที่ยังพลาดได้จากหน้าเส้นทาง TU-GET ส่วนสนามสอบอื่นที่ EngPeak มีเครื่องมือเตรียมสอบ ดูได้ที่หน้ารวมสนามสอบ
ดูเส้นทาง TU-GET ทั้งหมด ดูสนามสอบทั้งหมด