เทคนิค Listening CU-TEP: จับเจตนาของผู้พูด แล้วตัดตัวลวงให้เป็น
ลองสังเกตตอนตรวจข้อที่ผิดในพาร์ทฟัง หลายข้อไม่ได้ผิดเพราะเสียงเร็วเกินไป แต่ผิดเพราะรีบคว้าตัวเลือกที่มีคำซ้ำกับบท โดยไม่ได้เช็กว่าผู้พูดต้องการสื่ออะไร คู่มือนี้สรุปรูปแบบพาร์ท Listening ของ CU-TEP คำถามที่เจอบ่อย กับดักของตัวเลือก ลำดับการฟังที่ใช้ได้ทุกข้อ และโจทย์ฝึก 6 ข้อที่เขียนเป็นบทถอดเสียงให้อ่าน เพื่อฝึกตรรกะของคำถามฟังก่อนไปฝึกกับเสียงจริง
พาร์ท Listening ของ CU-TEP หน้าตาเป็นอย่างไร
CU-TEP มี 3 พาร์ท รวม 120 ข้อ ใช้เวลา 130 นาที คะแนนเต็ม 120 คะแนน มีทั้งแบบสอบบนกระดาษ (PBT) และแบบสอบด้วยคอมพิวเตอร์ (CBT) พาร์ท Listening อยู่ในทั้งสองแบบ
| พาร์ท | จำนวนข้อ | เวลา |
|---|---|---|
| Listening | 30 ข้อ | 30 นาที |
| Reading | 60 ข้อ | 70 นาที |
| Writing (Error Identification) | 30 ข้อ | 30 นาที |
| รวม | 120 ข้อ | 130 นาที |
เสียงในพาร์ทนี้เล่นครั้งเดียว ย้อนหรือหยุดเองไม่ได้ ต่างจาก Reading และ Writing ที่กลับไปอ่านซ้ำได้ ข้อนี้เปลี่ยนวิธีทำทั้งหมด เพราะข้อที่ฟังพลาดไปแล้วจะไม่มีโอกาสกลับมาแก้ ถ้าใจยังค้างอยู่กับข้อเดิม จะเสียข้อถัดไปด้วย
สิ่งที่ได้ฟังมีสามชนิด คือบทสนทนาสั้น บทสนทนายาว และบทพูดของคนคนเดียว เช่น ประกาศหรือการบรรยาย ผู้จัดสอบไม่ได้ประกาศว่าแต่ละชนิดมีกี่ข้อ ถ้าเห็นแหล่งไหนบอกตัวเลขแยกชนิดแบบฟันธง ให้ถือว่าเป็นการประมาณ
รอบสอบและรายละเอียดของแต่ละรอบ ให้ตรวจจากประกาศของศูนย์ทดสอบทางวิชาการแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยก่อนสมัครทุกครั้ง
คำถามที่เจอบ่อยในพาร์ทฟัง แบ่งเป็น 2 กลุ่ม
คำถามในพาร์ทฟังแบ่งได้กว้าง ๆ เป็นสองกลุ่ม ซึ่งฝึกคนละวิธี
กลุ่มที่ 1: ถามข้อมูลที่พูดออกมาตรง ๆ
- ใจความหรือจุดประสงค์ — What is the talk mainly about? / Why is the woman calling? ให้ถามว่าทั้งบทวนอยู่รอบเรื่องไหน ถ้าตัวเลือกพูดถึงเรื่องที่โผล่มาแค่ประโยคเดียว มักแคบเกินไป
- รายละเอียด — เวลา สถานที่ จำนวน ลำดับขั้นตอน ข้อมูลกลุ่มนี้ชอบถูกแก้กลางบท เช่น นัดเก้าโมงแล้วเลื่อนเป็นสิบเอ็ดโมง
- สิ่งที่จะทำต่อไป — What will the man probably do next? มักอยู่ช่วงท้ายบท และต้องดูว่ามีการยกเลิกหรือเปลี่ยนใจหรือไม่
กลุ่มที่ 2: ถามสิ่งที่ต้องตีความ
- ความหมายแฝง — What does the woman mean? / What does the man imply? ผู้พูดไม่ได้ตอบตรง ๆ เช่น ถูกชวนไปเที่ยวแล้วตอบว่ามีรายงานต้องส่งพรุ่งนี้เช้า ซึ่งหมายความว่าไปไม่ได้
- ทัศนคติ — How does the speaker feel about …? ฟังจากคำที่แสดงความเห็น เช่น unfortunately, surprisingly, I doubt และจากคำอย่าง however ที่บอกว่าผู้พูดกำลังจะแย้ง
- การอนุมาน — What can be inferred about …? คำตอบต้องสรุปได้จากสิ่งที่ได้ยิน ไม่ใช่สิ่งที่ “น่าจะจริง” ในชีวิตจริง
กลุ่มแรกดีขึ้นตามปริมาณการฟังและความแม่นในการจดตัวเลข กลุ่มที่สองต้องใช้อีกวิธี คือเก็บตัวอย่างประโยคตอบอ้อม ๆ ที่เจอในบทถอดเสียงไว้เป็นคลังของตัวเอง เช่น การปฏิเสธด้วยการยกเหตุผล หรือการแสดงความสงสัยด้วยการเล่าเรื่องที่เคยเกิด แล้วฝึกแปลงเป็นประโยคตรง ๆ ว่าผู้พูดหมายถึงอะไร
กับดักของตัวเลือกในพาร์ทฟัง 5 แบบ
เวลาตรวจข้อที่ผิด ลองจัดว่าตัวเลือกที่เลือกไปเป็นตัวลวงแบบไหน ส่วนใหญ่จะตกอยู่ในห้าแบบนี้ พอเริ่มเรียกชื่อแบบได้ จะหยุดมือตัวเองได้ทันในห้องสอบ
1. คำคุ้นหูในความหมายผิด
ตัวเลือกยกคำจากบทมาทั้งคำ เช่น ชื่อวิชา ชื่อสถานที่ หรือตัวเลข แต่ประกอบเป็นข้อความที่บทไม่ได้พูด ตัวเลือกที่ซ้ำคำกับบทมาก ๆ จึงต้องตรวจเข้มกว่าปกติ ส่วนคำตอบที่ถูกมักเล่าเรื่องเดียวกันด้วยคำอื่น
2. ข้อมูลเก่าที่ถูกแก้แล้ว
ผู้พูดบอกข้อมูลแรก แล้วแก้ในประโยคถัดไป เช่น It was on Friday, but … ตัวเลือกลวงจะใช้ข้อมูลก่อนแก้ คำที่ต้องจับให้ได้คือ but, actually, instead, it's been changed
3. สลับคนหรือสลับทิศทาง
ข้อมูลถูกทุกอย่าง แต่ติดอยู่กับคนผิด เช่น ผู้หญิงเป็นคนเสนอ แต่ตัวเลือกบอกว่าผู้ชายเสนอ หรือทิศทางกลับกัน เช่น บทบอกว่าเลื่อนออกไป แต่ตัวเลือกบอกว่าเลื่อนเข้ามา
4. ลำดับที่พูดไม่ใช่ลำดับที่เกิด
ในประกาศหรือบรรยาย สิ่งที่ถูกพูดถึงก่อนไม่จำเป็นต้องเกิดก่อน เช่น ผู้พูดพูดถึงอาคาร A เป็นเรื่องแรก แต่บอกว่าจะไปอาคาร A เป็นที่สุดท้าย คำถามเรื่องลำดับจึงต้องฟังคำบอกเวลา ไม่ใช่ลำดับประโยค
5. คิดต่อเกินบท หรือตัวเลือกที่พูดแรงเกิน
ตัวเลือกบางตัวสมเหตุสมผลในชีวิตจริง แต่ต้องเติมข้อมูลที่บทไม่ได้ให้ถึงจะเป็นจริง อีกแบบคือตัวเลือกที่ขยายความหมายจนแรงกว่าที่ผู้พูดพูด เช่น ผู้พูดบอกว่า “มีส่วน” แต่ตัวเลือกบอกว่า “ทั้งหมด” หรือ “ไม่เคย” วิธีเช็กคือชี้ให้ได้ว่าประโยคไหนในบทรองรับตัวเลือกนั้น ถ้าชี้ไม่ได้ ให้ตัดทิ้ง
ลำดับการฟังทีละขั้นที่ใช้ได้ทุกข้อ
- ดูตัวเลือกคร่าว ๆ ก่อนเสียงเริ่ม — ไม่ต้องอ่านทุกคำ ดูแค่ว่าทั้งสี่ตัวเป็นของประเภทเดียวกันหรือไม่ เช่น เป็นชื่อสถานที่ทั้งหมด ข้อนี้น่าจะถามว่าที่ไหน ถ้าขึ้นต้นด้วย To … หรือ Because … ข้อนี้น่าจะถามเหตุผล
- ระหว่างเสียงเล่น ฟังอย่างเดียว — อย่าอ่านตัวเลือกไปพร้อมกับฟัง เพราะจะพลาดประโยคที่เปลี่ยนความหมาย โดยเฉพาะประโยคที่ขึ้นต้นด้วย but หรือ actually
- จดให้สั้นที่สุด — เก็บแค่สิ่งที่ลืมง่าย คือตัวเลข ชื่อ และจุดที่ข้อมูลถูกเปลี่ยน ใช้ตัวย่อที่ตัวเองอ่านออกทันที เช่น ขีดฆ่าค่าเดิมแล้วเขียนค่าใหม่ต่อท้าย ถ้าจดแล้วพลาดประโยคถัดไป แปลว่าจดมากเกิน
- ตัดตัวเลือกก่อนเลือก — พอเสียงจบ ตัดตัวที่ขัดกับที่ได้ยินออกก่อน แล้วเทียบตัวที่เหลือกับกับดัก 5 แบบข้างบน
- ตอบแล้วไปต่อทันที — ไม่แน่ใจก็เลือกตัวที่น่าจะถูกที่สุดจากที่เหลือ แล้วย้ายสายตาไปข้อถัดไป ข้อที่ปล่อยค้างไว้มักจบด้วยการเสียทั้งข้อนั้นและข้อต่อไป
ถ้าต้องเลือกระหว่างตัวเลือกที่ใช้คำเดียวกับในบท กับตัวเลือกที่ใช้คำต่างออกไปแต่ความหมายตรง ให้เอนไปทางตัวหลัง การถอดความ (paraphrase) เป็นวิธีเขียนคำตอบที่ถูกซึ่งเจอบ่อยมาก
โจทย์ฝึก Listening 6 ข้อ จากบทถอดเสียง
หน้านี้ไม่มีไฟล์เสียง ทุกข้อจึงแสดงเป็น บทถอดเสียงสำหรับฝึก (transcript) เพื่อฝึกตรรกะของคำถามฟัง คือการจับความหมายแฝง ข้อมูลที่ถูกแก้ และลำดับเหตุการณ์ บทสนทนาและบทพูดทั้งหมดเป็นต้นฉบับของ EngPeak วิธีฝึกที่ได้ผลกว่าคืออ่านบทรอบเดียวแล้วปิดไว้ จากนั้นค่อยอ่านคำถามและตอบ เพื่อจำลองว่าในห้องสอบย้อนกลับไปดูไม่ได้ (M = ผู้ชาย · W = ผู้หญิง)
บทถอดเสียงสำหรับฝึก
W: I still haven't found a quiet place to work on my thesis. The library is packed every afternoon.
M: Have you tried the reading room on the fourth floor of the engineering building? Hardly anyone knows it's open to everyone.
What does the man suggest?
(A) The woman should go to the library in the morning.
(B) The woman should choose a different thesis topic.
(C) The woman should ask the engineering faculty for permission.
(D) The woman should use a room in the engineering building.
ดูเฉลย
คำตอบ (D) ผู้ชายเสนอในรูปคำถาม Have you tried …? ซึ่งเป็นการแนะนำให้ไปใช้ห้องอ่านหนังสือที่ตึกวิศวกรรม
- (A) ช่วงเช้าไม่มีใครพูดถึง ผู้หญิงแค่บอกว่าช่วงบ่ายห้องสมุดคนเต็ม เป็นการคิดต่อเกินบท
- (B) ใช้คำคุ้นหู thesis แต่ไม่มีใครพูดเรื่องเปลี่ยนหัวข้อ
- (C) ผู้ชายบอกว่าห้องนี้ open to everyone จึงไม่ต้องขออนุญาต ตัวเลือกนี้ใช้คำ engineering มาหลอกให้คุ้น
บทถอดเสียงสำหรับฝึก
M: Is the orientation for new lab assistants still at nine on Friday?
W: It was, but Dr. Suda moved it to eleven so that the night-shift staff could join. Same room, though.
What do we learn about the orientation?
(A) It will start later than first planned.
(B) It will take place in a different room.
(C) Night-shift staff will not be able to attend it.
(D) It will now be held on a different day.
ดูเฉลย
คำตอบ (A) เวลาเดิมคือเก้าโมง แล้วถูกเลื่อนเป็นสิบเอ็ดโมง จึงเริ่มช้ากว่าที่วางไว้ ตัวเลือกนี้ถอดความจาก moved it to eleven
- (B) ผู้หญิงบอกชัดว่า Same room ห้องไม่เปลี่ยน
- (C) สลับทิศทาง เหตุผลที่เลื่อนคือเพื่อให้พนักงานกะดึก มาร่วมได้
- (D) สิ่งที่เปลี่ยนคือเวลา ไม่ใช่วัน คำถามของผู้ชายพูดถึงวันศุกร์ และผู้หญิงแก้แค่ตัวเลขเวลา
บทถอดเสียงสำหรับฝึก
W: The bookstore says the new edition of the statistics textbook will arrive by Monday.
M: They told me the same thing two weeks ago.
What does the man imply?
(A) He already bought the new edition two weeks ago.
(B) The bookstore has changed its opening hours.
(C) He doubts that the book will arrive by Monday.
(D) He needs the textbook within two weeks.
ดูเฉลย
คำตอบ (C) ผู้ชายไม่ได้ปฏิเสธตรง ๆ แต่บอกว่าร้านเคยสัญญาแบบเดียวกันเมื่อสองสัปดาห์ก่อนแล้วของก็ยังไม่มา ความหมายแฝงคือเขาไม่ค่อยเชื่อคำสัญญาครั้งนี้
- (A) ถ้าเขาซื้อไปแล้วก็ไม่ต้องรอหนังสือ ตัวเลือกนี้ใช้คำคุ้นหู two weeks ago ในความหมายผิด
- (B) ไม่มีใครพูดเรื่องเวลาเปิดปิดร้าน
- (D) ใช้คำ two weeks มาผูกกับเรื่องที่ไม่ได้พูด บทไม่ได้บอกว่าเขาต้องใช้หนังสือเมื่อไร
บทถอดเสียงสำหรับฝึก
M: Hi, I booked a group study room for Thursday afternoon, but my group now needs it on Wednesday instead.
W: Let me check… I'm afraid Wednesday afternoon is fully booked. There's one free room on Wednesday morning, from nine to twelve.
M: Hmm, two of us have a class until ten, so that won't work.
W: Then you can keep your Thursday booking, or I can put your group on the waiting list for Wednesday afternoon.
M: The waiting list, please. But don't cancel Thursday yet, just in case.
What will the woman most likely do next?
(A) Cancel the group's Thursday booking.
(B) Book the room for Wednesday morning.
(C) Add the group to the waiting list for Wednesday afternoon.
(D) Ask the two group members to change their class.
ดูเฉลย
คำตอบ (C) ผู้ชายเลือก The waiting list, please สิ่งที่ผู้หญิงจะทำต่อคือใส่ชื่อกลุ่มในรายชื่อรอสำหรับบ่ายวันพุธ
- (A) ผู้ชายขอไว้ชัดว่า don't cancel Thursday yet ตัวเลือกนี้กลับทิศทางคำขอ
- (B) ช่วงเช้าวันพุธถูกปฏิเสธไปแล้ว เพราะสมาชิกสองคนติดธุระถึงสิบโมง เป็นข้อมูลที่ถูกตัดทิ้งกลางบท
- (D) ไม่มีใครเสนอเรื่องนี้ และผู้หญิงไม่มีบทบาทในเรื่องตารางของสมาชิกกลุ่ม เป็นการคิดต่อเกินบท
บทถอดเสียงสำหรับฝึก
Good morning, everyone. Before we begin today's tour of the botanical garden, I'd like to mention three things. First, please stay on the marked paths, because some plants in the eastern section can irritate the skin. Second, the greenhouse is closed until noon for watering, so we'll visit it at the very end. And finally, photographs are welcome everywhere, but please don't use a flash inside the orchid house.
Which part of the garden will the group visit last?
(A) The eastern section
(B) The greenhouse
(C) The orchid house
(D) The marked paths
ดูเฉลย
คำตอบ (B) ผู้พูดบอกว่าเรือนกระจกปิดถึงเที่ยงเพื่อรดน้ำ so we'll visit it at the very end จึงเป็นจุดสุดท้ายของการเดินชม
- (A) ส่วนตะวันออกถูกพูดถึงในฐานะคำเตือนเรื่องพืชที่ระคายเคืองผิว ไม่ได้บอกลำดับการเข้าชม
- (C) เรือนกล้วยไม้ถูกพูดถึงเป็นเรื่องสุดท้ายในประกาศ แต่เป็นกฎเรื่องแฟลช นี่คือกับดัก “ลำดับที่พูดไม่ใช่ลำดับที่เกิด”
- (D) ทางเดินที่มีเครื่องหมายคือเส้นทางที่ต้องเดินตลอดการชม ไม่ใช่จุดหมายสุดท้าย
บทถอดเสียงสำหรับฝึก
Many people assume that the old canals in our city were dug mainly for trade and transport. Trade and transport were certainly among their uses. However, records from that period show that most of the canals were first built to drain water from rice fields during the rainy season. Boats came later, once the waterways were already there. So when you read that the canals were "built for trade," remember that trade was part of the story, but not why they were first dug.
What is the speaker's attitude toward the claim that the canals were built for trade?
(A) The speaker fully accepts it.
(B) The speaker believes the records have proven it.
(C) The speaker thinks the canals were never used for transport.
(D) The speaker thinks it is only partly accurate.
ดูเฉลย
คำตอบ (D) ผู้พูดยอมรับว่าการค้าและการขนส่งเป็นหนึ่งในการใช้งาน (certainly among their uses) แต่ใช้ However เพื่อแย้งว่าจุดประสงค์แรกคือการระบายน้ำ แล้วสรุปว่า trade was part of the story, but not why they were first dug แปลว่าผู้พูดมองว่าคำกล่าวนั้นถูกเพียงบางส่วน
- (A) ถ้ายอมรับเต็มที่ ผู้พูดคงไม่แย้งด้วย However และไม่บอกว่าการค้าไม่ใช่เหตุที่ขุดคลองตั้งแต่แรก
- (B) สลับทิศทาง เอกสารที่ผู้พูดอ้างชี้ไปที่การระบายน้ำ ไม่ได้ยืนยันเรื่องการค้า
- (C) ตัวเลือกพูดแรงเกินด้วยคำ never ขัดกับ Trade and transport were certainly among their uses โดยตรง
วิธีฝึกฟังด้วยตัวเองให้คะแนนขยับ
การเปิดคลิปภาษาอังกฤษฟังผ่าน ๆ ทุกวันช่วยเรื่องความคุ้นหู แต่ไม่ได้ฝึกทักษะที่ข้อสอบวัดโดยตรง ลองใช้วิธีเหล่านี้แทน
- ฝึกแบบฟังครั้งเดียว — ตั้งกติกาว่าห้ามกดย้อนระหว่างทำโจทย์ ให้ตอบจากที่ได้ยินรอบเดียว แล้วค่อยฟังซ้ำหรืออ่านบทถอดเสียงตอนตรวจ วิธีนี้ทำให้ฝึกในสภาพเดียวกับห้องสอบ
- วิเคราะห์ทุกข้อที่ผิด — แยกว่าผิดเพราะไม่ได้ยิน (เสียงหรือคำศัพท์) หรือได้ยินแต่ตีความผิด (โดนกับดัก) สองแบบนี้แก้คนละวิธี แบบแรกต้องฝึกหูและศัพท์ แบบหลังต้องฝึกรู้จักกับดัก
- ฟังแล้วพูดตาม (shadowing) — เลือกบทพูดสั้น ๆ ที่มีบทถอดเสียง ฟังทีละประโยคแล้วพูดตามให้ใกล้เคียงที่สุด ช่วยให้จับเสียงที่เชื่อมกันและคำที่ลดเสียงลงได้ดีขึ้น
- เขียนตามคำบอก (dictation) เฉพาะช่วงที่ฟังไม่ออก — ถ้ามีประโยคไหนที่ฟังซ้ำแล้วยังไม่รู้ว่าพูดอะไร ให้เขียนตามทีละคำแล้วเทียบกับบทถอดเสียง จะเห็นว่าพลาดที่คำไหน
- ฝึกสั้นแต่สม่ำเสมอ — วันละ 15–20 นาทีทุกวัน ได้ผลกว่าฝึกรวดเดียวสามชั่วโมงสัปดาห์ละครั้ง เพราะการฟังเป็นทักษะที่ต้องสะสม
บันทึกผลไว้เป็นตาราง เช่น สัปดาห์นี้ผิดกี่ข้อ ผิดเพราะไม่ได้ยินกี่ข้อ ผิดเพราะโดนกับดักกี่ข้อ ถ้าตัวเลขฝั่งกับดักลดลงก่อน แปลว่ามาถูกทาง แม้ความเร็วในการฟังยังไม่เปลี่ยนมาก
คำถามที่พบบ่อยเรื่อง Listening CU-TEP
ฟังไม่ทันเลย ควรเริ่มฝึกจากตรงไหน
เริ่มจากบทสนทนาสั้น เพราะแต่ละข้อจบเร็วและมีข้อมูลไม่มาก ฝึกจับประโยคที่เปลี่ยนความหมาย เช่น ประโยคที่ขึ้นต้นด้วย but ให้ได้ก่อน แล้วค่อยขยับไปบทสนทนายาวและบทบรรยาย ถ้าติดที่คำศัพท์ ให้จดคำที่ฟังไม่ออกจากบทถอดเสียงไว้ทบทวนด้วย
ควรอ่านคำถามหรือตัวเลือกก่อนฟังไหม
ควรกวาดตาดูตัวเลือกก่อนเสียงเริ่ม เพื่อรู้ว่าข้อนั้นน่าจะถามเรื่องอะไร แต่ไม่ควรอ่านละเอียดจนจบ และไม่ควรอ่านไปพร้อมกับฟัง เพราะจะพลาดส่วนที่ผู้พูดเปลี่ยนความหมาย
ฟังบทถอดเสียงแบบในหน้านี้ช่วยได้จริงไหม
ช่วยฝึกตรรกะของคำถาม คือการรู้จักความหมายแฝง ข้อมูลที่ถูกแก้ และตัวลวงแบบต่าง ๆ แต่ไม่ได้แทนการฝึกกับเสียงจริง เพราะในห้องสอบต้องจับทั้งเสียง จังหวะ และน้ำเสียงไปพร้อมกัน ควรใช้บทถอดเสียงเพื่อเข้าใจหลักคิด แล้วฝึกต่อด้วยเสียงจริงแบบฟังครั้งเดียว
จดโน้ตได้ไหม ควรจดอะไร
กติกาเรื่องการจดของแต่ละรอบ ให้ตรวจจากคำชี้แจงของผู้จัดสอบ ถ้าจดได้ ให้จดเฉพาะตัวเลข ชื่อ และคำที่เปลี่ยนความหมาย ใช้สัญลักษณ์แทนคำเต็ม เพราะการจดยาวทำให้พลาดประโยคถัดไป
ฝึกฟังต่อกับ EngPeak
ถ้าพาร์ทฟังคือจุดที่ฉุดคะแนน ฝึกหู CU-TEP เริ่มจากการฟังวินิจฉัยก่อน แล้วฝึกสั้น ๆ วันละ 10 นาที โดยเฉลยบอกว่าแต่ละข้อพลาดเพราะอะไร ส่วนคัมภีร์ CU-TEP ครบทุกพาร์ทพร้อมไฟล์เสียง และมีแบบวินิจฉัยให้รู้ว่าควรอ่านบทไหนก่อน ถ้ายังไม่แน่ใจว่าจะเริ่มจากเครื่องมือไหน ดูเส้นทางทั้งหมดได้ที่หน้ารวม CU-TEP
ดูฝึกหู CU-TEP ดูคัมภีร์ CU-TEPดูเส้นทางทั้งหมด: CU-TEP · อ่านต่อ: เทคนิค Error Identification · เทคนิคทำ Cloze
